- Aug 11, 2026

มิชลิน จับมือ Scale-Up Booster เร่งพัฒนา OYA Urban Tree โซลูชันร่มเงาอัจฉริยะ สู้คลื่นความร้อนในเมืองใหญ่

ideko

มิชลิน (Michelin) เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ ด้วยการจับมือกับ Scale-Up Booster ประกาศเร่งพัฒนาและผลักดัน OYA Urban Tree โซลูชันร่มเงาอัจฉริยะแบบพองลมออกสู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับวิกฤตคลื่นความร้อน (Heatwave) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเขตเมืองและงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปี 2569 เป็นต้นไป

จาก Sombrero สู่ OYA Urban Tree นวัตกรรมสู้คลื่นความร้อน

โครงการนี้ต่อยอดมาจากนวัตกรรมต้นแบบที่ชื่อว่า Sombrero ซึ่งคิดค้นโดย มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ (Michelin Innovation Lab: MIL) และได้ผ่านการทดสอบใช้งานจริงถึง 2 ครั้งในเมืองตูลูส (Toulouse) ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับดีเยี่ยมจากสาธารณชน

OYA Urban Tree ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่都市ที่ไม่สามารถปลูกต้นไม้หรือสร้างโครงสร้างถาวรได้ โดยจุดเด่นสำคัญ ได้แก่:

  • ครอบคลุมพื้นที่กว้าง: สามารถกางออกเพื่อสร้างร่มเงาได้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 260 ตารางเมตร
  • ติดตั้งสะดวกและรวดเร็ว: โครงสร้างแบบพองลมน้ำหนักเบา ติดตั้งและรื้อถอนได้ง่าย โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานถาวร
  • ตอบโจทย์ยืดหยุ่น: เหมาะสำหรับพื้นที่สาธารณะ ลานกิจกรรม หรือสถานที่จัดงานอีเวนต์กลางแจ้งที่เผชิญแดดจัด

ผสานความเชี่ยวชาญวัสดุศาสตร์ ร่วมทุนขยายตลาดโลก

ความร่วมมือระหว่างมิชลินและ Scale-Up Booster เป็นการนำจุดแข็งด้านการวิจัยวัสดุและการผลิตเชิงอุตสาหกรรมของมิชลิน มาผนึกเข้ากับศักยภาพการวางโครงสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพและการระดมทุนของ Scale-Up Booster

  • โมเดล Spin-off สตาร์ทอัพ: OYA Urban Tree จะเปิดตัวในรูปแบบสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Tech) โดยมีทีมผู้ก่อตั้งนวัตกรรม Sombrero ร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • แคมเปญระดมทุน: ปัจจุบันได้เริ่มเปิดแคมเปญระดมทุนทั้งในฝรั่งเศสและต่างประเทศ เพื่อเร่งเข้าสู่กระบวนการผลิตระดับอุตสาหกรรม
  • เป้าหมายการขยายตลาด: ตั้งเป้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการและรุกขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเน้นตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกภายในสิ้นปี 2569

นวัตกรรม OYA Urban Tree ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างพื้นที่อยู่อาศัยและเมืองที่ยั่งยืน (Sustainable Living) ซึ่งช่วยให้ชุมชนและเมืองใหญ่ทั่วโลกสามารถปรับตัวรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Related Posts